บล็อกและโพสต์ การตลาดดิจิทัล

การบริหารแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อการตลาดออนไลน์ เมื่อทุกแพลตฟอร์มมี Shop เป็นของตัวเอง 

โครงเรื่อง
    Add a header to begin generating the table of contents
    tbs-marketing-blogbanner-1-TH

    เมื่อทุกแพลตฟอร์มมี Shop เป็นของตัวเอง

    ในวันที่โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สื่อสาร แต่กลายเป็นพื้นที่ซื้อขายอย่างเต็มรูปแบบ การทำการตลาดออนไลน์จึงไม่ใช่เรื่องของการมีตัวตนบนหลายแพลตฟอร์มอีกต่อไป หากแต่เป็นเรื่องของการบริหารแพลตฟอร์มให้ทำงานร่วมกันได้จริง

    เมื่อทุกแพลตฟอร์มมี Shop เป็นของตัวเอง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ควรเปิดร้านกี่ที่ แต่คือ เปิดแล้วคุ้มหรือไม่ และจะต้องทำอย่างไร

    ธุรกิจจำนวนมากเลือกเปิด Shop บนหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น TikTok LINE Shopping Instagram หรือ Marketplace ต่าง ๆ ด้วยความเชื่อว่า “ยิ่งมีหลายช่องทาง ยิ่งเพิ่มโอกาสขาย” แต่ในความเป็นจริง คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียวเพราะความคุ้มค่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนแพลตฟอร์ม แต่ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก

    • ประเภทธุรกิจ
    • วิธีบริหารหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน

    ธุรกิจบางประเภทเปิดหลายแพลตฟอร์มแล้วเติบโตเร็ว แต่บางธุรกิจกลับมีต้นทุนสูงขึ้น กำไรลดลง และทีมทำงานหนักกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว

    ธุรกิจแบบไหนเปิดหลายแพลตฟอร์มแล้วคุ้ม

    สิ่งที่ทำให้บางธุรกิจบริหารหลายแพลตฟอร์มได้ดี ไม่ใช่เพราะเปิดครบ แต่เพราะเข้าใจบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน

    แพลตฟอร์มแต่ละแห่งไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เดียวกัน บางแพลตฟอร์มเหมาะกับการสร้างการรับรู้ บางแพลตฟอร์มเหมาะกับการปิดการขาย และบางแพลตฟอร์มเหมาะกับการรักษาความสัมพันธ์ระยะยาว

    ธุรกิจที่เปิดหลายแพลตฟอร์มแล้วคุ้ม มักมีลักษณะร่วมกันคือ

    • ไม่พยายามให้ทุกแพลตฟอร์มสร้างการขายที่เท่ากัน
    • ไม่ใช้คอนเทนต์และกลยุทธ์เดียวกันทุกที่
    • รู้ว่าแพลตฟอร์มไหนทำเงิน และแพลตฟอร์มไหนทำหน้าที่สนับสนุน

    หลักคิดที่เจ้าของธุรกิจควรถามตัวเองก่อนเปิดหลายแพลตฟอร์ม

    ก่อนจะลงทุนทั้งเวลา ทีม และงบประมาณกับหลายแพลตฟอร์ม คำถามเหล่านี้สำคัญมาก

    • ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วหรือช้า
    • ซื้อเพราะราคา หรือซื้อเพราะความเชื่อใจ
    • หากไม่ทำโปรโมชั่น แพลตฟอร์มนี้ยังขายได้หรือไม่
    • ทีมมีศักยภาพดูแลหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันหรือไม่
    • แพลตฟอร์มใดสร้างกำไรได้จริง ไม่ใช่แค่ยอดขาย

    หากคำตอบยังไม่ชัด การเพิ่มแพลตฟอร์มอาจเพิ่มความซับซ้อน มากกว่าการเพิ่มโอกาส

    Framework บริหารหลายแพลตฟอร์ม 

    การบริหารแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในยุคที่มี Shop ต้องเริ่มจากโครงสร้างความคิด ไม่ใช่การไล่ตามฟีเจอร์

    1. Platform Map: แผนที่บทบาทแพลตฟอร์ม

    ให้มองทุกแพลตฟอร์มเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางลูกค้า ไม่ใช่ร้านแยกกัน แต่ละแพลตฟอร์มควรถูกจัดบทบาทหลัก เช่น

    • แพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้คน “เจอ”
    • แพลตฟอร์มที่ทำให้ผู้คน “เชื่อ”
    • แพลตฟอร์มที่ช่วย “ตัดสินใจซื้อ”
    • แพลตฟอร์มที่ดูแล “การซื้อซ้ำ”

    แพลตฟอร์มหนึ่งอาจมีได้หนึ่งหรือสองบทบาท แต่ไม่ควรถูกคาดหวังให้ทำทุกอย่างพร้อมกัน

    2. การจัดลำดับโฟกัส (Focus Priority)

    ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ การพยายามทำทุกแพลตฟอร์มให้เต็มที่เท่ากัน ซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้

    แนวคิดที่ใช้ได้จริงคือ

    • เลือกแพลตฟอร์มหลัก 1 แห่งเป็น Core Platform
    • มีแพลตฟอร์มสนับสนุน 1 แห่ง
    • ที่เหลือทำหน้าที่รองรับ ไม่ใช่หัวใจหลัก

    การโฟกัสช่วยให้ทีมไม่กระจายพลัง และช่วยให้การวัดผลชัดเจนขึ้น

    3. วัดผลแบบธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนหน้าจอ

    เมื่อแพลตฟอร์มกลายเป็น Shop การวัดผลควรขยับจากยอดวิวและยอดไลก์ ไปสู่ตัวชี้วัดที่สะท้อนความคุ้มค่า เช่น

    • ต้นทุนต่อการได้ลูกค้า
    • กำไรสุทธิต่อแพลตฟอร์ม
    • อัตราการซื้อซ้ำ
    • ความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณา

    หลายธุรกิจพบว่า แพลตฟอร์มที่ดูยอดขายน้อยกว่า กลับสร้างกำไรและความยั่งยืนได้มากกว่า

    4. จุดที่ธุรกิจมักทำเกินจำเป็น (Over-Management)

    จากรายงานของ Cbninsight ระบุว่า การมีหลายแพลตฟอร์มไม่ได้หมายความว่าต้องทำทุกอย่างให้ครบทุกที่ จุดที่มักเกิด Over-Management ได้แก่

    • โพสต์ถี่ในแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่แพลตฟอร์มหลัก
    • ยิงโฆษณาทุกแพลตฟอร์มโดยยังไม่รู้ว่าที่ไหนคุ้ม
    • ไล่ตามฟีเจอร์ใหม่ทุกอย่างเพราะกลัวตกเทรนด์
    • วัดผลด้วย Engagement แทนผลลัพธ์เชิงธุรกิจ

    สิ่งเหล่านี้เพิ่มต้นทุนโดยไม่เพิ่มมูลค่าในระยะยาว

    จากการมี Shop หลายที่ สู่การสร้างระบบการตลาดออนไลน์

    หัวใจของการบริหารแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในยุคนี้ ไม่ใช่การขายเก่งในทุกแพลตฟอร์ม แต่คือการทำให้ทุกแพลตฟอร์มทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ คือ 

    • แพลตฟอร์มหนึ่งสร้างความสนใจ
    • อีกแพลตฟอร์มหนึ่งสร้างความน่าเชื่อถือ
    • อีกแพลตฟอร์มหนึ่งปิดการขาย
    • อีกแพลตฟอร์มหนึ่งดูแลความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและลูกค้า

    การตลาดออนไลน์จะไม่ใช่เรื่องของความพยายามรายวัน แต่กลายเป็นโครงสร้างที่ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

    การที่ปัจจุบัน ทุกแพลตฟอร์มมี Shop เป็นของตัวเอง ไม่ได้บังคับให้ธุรกิจต้องขายทุกที่ แต่บังคับให้ธุรกิจต้องสามารถบริหารแพลตฟอร์มให้เป็น เหมาะสมต่อธุรกิจ ทำให้การตลาดออนไลน์ในยุคนี้ ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครโพสต์เยอะกว่า หรือเปิดร้านครบบนโวเชียลมีเดียหรือ marketplace มากกว่า แต่คือการแข่งขันด้านระบบ ความเข้าใจลูกค้า และการใช้ทรัพยากรอย่างมีเหตุผลเมื่อธุรกิจเข้าใจบทบาทของแพลตฟอร์ม วางลำดับโฟกัสได้ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการทำเกินจำเป็น การบริหารแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยให้การตลาดออนไลน์เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว  แล้วธุรกิจคุณบริหารแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วหรือยัง?